Science
posted on 18 Oct 2009 19:03 by bestzuyaMUSAX : F*** You
ARTIST : Lily Alen
GENRE : POP
2. ผีชอบปรากฎกายในที่มืดๆ แต่ผู้คนยังสามารถมองเห็นได้ แสดงว่า ผีต้องเปล่งแสงได้ ซึ่งเป็นที่มา
เจือปนอยู่ด้วย บางครั้งปรากฎกายเพียงรางๆ โปร่งแสง มองทะลุผ่านไปได้
4. ผีปรากฎกายแบบเผชิญหน้ากับผู้พบเห็นเป็นส่วนใหญ่ มีน้อยครั้งที่จะปรากฎกายแบบด้านหลัง ด้านข้าง หรือในลักษณะอื่น
5. รูปแบบของผี ส่วนใหญ่ผีจะปรากฎกายเป็นรูปคนหรือเหมือนคน การปรากฎกายเป็นรูปอื่นๆ ก็มีบ้าง
6. บรรยากาศ การที่ใครจะเจอผีหรือการที่ผีจะปรากฎร่าง บรรยากาศจะผิดปกติไปจากเดิม
7. ผีไม่สำแดงกายเสมอไป แต่อาจจะปรากฎในรูปของกลิ่น เสียง หรืออะไรสักอย่าง
หรือผิดปกติจากเดิมซึ่งสามารถสัมผัสได้ทางจิตหรือความรู้สึก
มาตรฐานเรียกชื่อว่า "มาตรฐาน SNG"(Standard Night time Ghost)
1. อาจจะเกิดจากภาพหลอนหรืออาการของประสาทหลอน เพราะการปรากฎร่างของผีเป็นการป้อนข้อมูลให้ระบบจิตใต้สำนึกและสมอง ทำให้
เกิดอาการทางประสาทหลอน นอกจากนี้อารมณ์และความรู้สึกก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งทำให้เกิดภาพหลอนได้
2. ตามมาตรฐาน SNG แล้ว ถ้าผีปรากฎกายต้องเปล่งแสงสว่างออกมาทำให้ผู้คนมองเห็น
สมมติฐานข้อที่ 2 พอจะลากโยงเข้าหาวิชาฟิสิกส์ได้ ซึ่งจะทำให้เรื่องผีเป็นวิชาวิทยาศาสตร์ขึ้นมา
ถ้าผีเป็นพลังงานแล้ว การปรากฎกายของผีได้ต้องประกอบด้วย
1. ต้องเกิด "แรงกระตุ้นแบบกระทันหัน" เป็นจังหวะๆที่เรียกว่า อิมพัลส์(Impulses)
2. แต่ละอิมพัลส์มีค่าเฉลี่ยประมาณ 60 จูลส์ คิดเป็นน้ำหนักประมาณ 15 กิโลกรัม
3. พลังงานสูงสุดอยู่ที่ 6,000 วัตต์หรือมากกว่านั้นในแต่ละอิมพัลส์
4. ผีจะปรากฎกายหลอกหลอนในรูปแบบต่างๆได้ ต้องดึงดูดเอาพลังงานเข้าไปสะสมไว้อย่างต่ำ 60 จูลส์
การปรากฎกายของปิศาจหรือภูติผีก็คือพลังงานที่เกาะตัวกันเป็นกลุ่มก้อน
วิทยาศาสตร์ คือวิชาที่ว่าด้วยธรรมชาติ สังเกตุความเป็นไปของธรรมชาติแล้วนำมาอธิบาย
ดังนั้น เมื่อนักวิทยาศาสตร์แต่ละท่านได้สังเกตุเห็นสิ่งแปลกๆ ก็จะพยายามหาเหตุผลมาอธิบาย
จึงเป็นที่มาของกฏหรือทฤษฏีบทนั่นเอง และหลายๆคนรุ้บ้างหรือไม่ว่ากฏหรือทฤษฏีบทเหล่านั้น มีที่ขำๆมั่งเหมือนกัน..
1.กฏของเมอร์ฟี่ ได้กล่าวว่า "อะไรที่จะเกิดมันต้องเกิดและสิ่งใดที่เกิดแล้วมันจะต้องเกิดอีก"
2.ทฤษฏีบทของดิแรก ได้กล่าวว่า "คนเราแต่ละคนจะมีค่า x ค่าหนึ่งซึ่งจะทำให้เราดูดีที่สุดในสายตาคนอื่นๆ"
3.หลักการของปีเตอร์ ได้กล่าวว่า"มนุษย์พยายามจะขี้เกียจมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในสถานะการที่เอื้ออำนวย"
4.กฎ ความเป็นไปได้ ขนมปังทาเนยที่พลัดตกพื้น จะเอาหน้าด้านที่มีเนยคว่ำลงเสมอ
และโอกาสที่เนยตกเปื้อนพรม จะมีมากขึ้นเป็น X ส่วนกับราคาของพรม
5.การดูดวง หมอดูมักทายหลายเรื่องทั้งดีและเลว แต่เรื่องที่แม่นที่สุดคือเรื่องที่เลวที่สุด
6.กฎแห่งความแม่นยำ หากขว้างก้อนหินสะเปะสะปะ มันจะพุ่งตรงเข้าหาวัตถุที่มีราคาแพงที่สุด
7..ข้อพิจารณาในการเลือกซื้อหนังสือ หนังสือปกสวย เนื้อในมักห่วย หนังสือปกขี้เหร่ เนื้อในห่วยกว่า
8.กฎ ห้ามพูด คนไทยรู้จักกฎนี้ดี จนมีสุภาษิตว่า &เข้าป่าอย่าเรียกหาเสือ& กฎมีว่า
ทันทีที่คุณพูดแสดงความคาดหวัง ถ้าหวังสิ่งเลวสิ่งเลวจะมาหา และถ้าหวังสิ่งดี สิ่งเลวก็จะมาหา
9.กฎของโฮว์ (Howe's Law) มนุษย์ทุกคนมักจะทำอะไรไม่สำเร็จ
10. กฎการแก้ปัญหา ในปัญหาใหญ่ๆ ที่เป็นอุปสรรคให้เราแก้ มักมีปัญหาเล็กๆ
อยู่ภายในซึ่งพร้อมจะขยายตัว แทนที่ทันทีที่ปัญหาใหญ่ได้รับการแก้ไขลุล่วง
11.กฎยิ่งน้อยยิ่งดีของซีกัล คนที่มีนาฬิกาเรือนเดียว จะรู้เวลาแน่นอน
คนที่มีนาฬิกาเพิ่มมาอีกเรือน จะไม่แน่ใจว่า เวลาใดถูกต้อง
12.กฎของลีเบอร์แมน นักการเมืองทุกคนโกหก แต่ไม่เป็นไรเพราะไม่มีใครฟังใคร
13.กฎการทำงานเป็นทีม เมื่องานยุ่งยาก ทุกคนผละหนี
14.กฎการมองโลก มนุษย์ สามสิบคนในร้อยคน ชอบมองโลกในแง่ร้าย ที่เหลือมองร้ายกว่า
โดยสรุป วิทยาศาสตร์นั้นไม่ใช่การศึกษาแค่สิ่งที่จับต้องได้ แต่วิทยาศาสตร์
เป็นศาสตร์และศิลปในการที่จะ" ขอมีเอี่ยว" กับปรากฏการณ์ต่างๆ มากที่สุด
เท่าที่จะมากได้
ที่สำคัญ วิทยาศาสตร์มันคือเกมส์
มีโปรเฟสเซอร์ท่านหนึ่ง บอกกับผมว่า
If You quit the game of Science, you lost.
ทิ้งท้าย :
โอกาสไม่ใช่สิ่งที่คนจะได้รับกันง่ายๆ หลายๆคนชีวิตหนึ่งเกิดมา
ไม่ได้รับสิ่งนี้เลย จำนวนไม่น้อย ได้รับแต่มองไม่เห็น ที่สำคัญ
ในชีวิตคนหนึ่งคน
โอกาสดีๆ ไม่ได้เข้ามาบ่อยนัก
ยกเว้นคนบางจำพวก แม้ว่าพลาด "โอกาส" หรือทำลาย "โอกาส"
นั้นด้วยตัวเอง แต่เค้ายังพยายาม
ช่วงชิงโอกาสนั้นกลับมา
และสุดท้าย เค้าจำนวนไม่น้อย
ประสบความสำเร็จ
#1 By thaimindgirl on 2009-10-18 22:50