Shanghai - Interlude!~

posted on 01 May 2009 16:12 by bestzuya

。・ 。・・。。・。・・。・。・・。。・。・・。

SONG   : Gift & Curse

ARTIST : Yellowcard

GENRE  : Punk Rock

。・。・・。。・。・・。・。・・。。・。・・。

...Shanghai 2008

หลังจากเครื่องบินลงจอดที่สนามบินนานาชาติปูดองได้ หลังจากวนเวียนไปจอดที่สนามบินอื่นเป็นเวลากว่า 2 ชม

เนื่องจากทัศนวิสัยไม่ดีนัก ผมกับเพื่อนร่วมงานก็เดินทางเข้าสู่ตัวเมืองเซี่ยงไฮ้ด้วยรถด่วนสาย "Maglev"

เป็นรถไฟฟ้าที่วิ่งได้เร็วมากพอตัวเลยทีเดียว สูงสุดได้ถึงกว่า 450 km/h เลยทีเดียวครับ ราคาตั๋วต่อ

เที่ยวตก 50 หยวน หรือประมาณ 300 บาทครับ


สภาพของตึกพักอาศัยในเซี่ยงไฮ้มีมากมาย ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของอพาทเมนต์แบบนี้เยอะ หากสังเกตุ

กันให้ดีๆ จะเห็นว่าที่นี่ จะมีราวตากผ้าเลยออกมานอกตัวอาคาร แล้วแขวน หรือ ตากผ้ากันแบบนั้นเลย

ส่วนสภาพถนนที่นี่ จักรยานและรถใช้น้ำมันมีปริมาณใกล้เคียงกัน ที่สำคัญถนนที่นี่ค่อนข้างกว้างครับ


ตู้ไปรษณีย์ที่จีน ดูยังกะตู้ไปรษณีย์สมัยโบราณของบ้านเรา หลังจากเดินเที่ยวได้พักใหญ่ และได้กลับ

ไปนอนเอาแรงที่โรงแรมแล้ว ผมก็มุ่งหน้าสู่ "ถนนคนเดิน" ของเซี่ยงไฮ้จะเห็นได้ว่า มีคนเดินกันมากมาย

ขวั่กไขว่กันจริงๆ ทั้งคนจีนและนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ผมต้องซูฮกให้จริงๆว่า เซี่ยงไฮ้เป็นเมืองแห่ง

สีสันจริงๆครับ

หากเดินไม่ไหว ที่นี่ก็มีบริการรถรางให้นั่งเล่น ราคาก็สิบหยวน ส่วนรูปขวาคือสิ่งปลูกสร้างที่เป็นสัญลักษณ์

ของเมืองเซี่ยงไฮ้ "หอไข่มุก" ซึ่งมีแม่น้ำฮวงโหไหลผ่านกลางเมือง แบ่งเป็นส่วนของเมืองเก่า และเมืองใหม่

กันเลยทีเดียว ที่สำคัญมีการสร้างอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำด้วยนะครับ ซึ่งทำเป็นพิพิธภัณฑ์ต่างอยู่ข้างล่างด้วยครับ  

รูปซ้ายมือ คือสวรรค์ของคนแบบผมนี่แหละครับ กาชาปองเยอะมาก มีแทบทุกเรื่องที่ดังในไทยเลยทีเดียว

ราคาก็พอๆกันครับ ประมาณ 80-90 บาท หลังจากเดินจนเมื่อยตุ้ม พวกเราก็ไปทานอาหารขึ้นชื่อของ

เซี่ยงไฮ้ นั่นคือ "เสี่ยวหลงเปา" ซึ่งเป็นซาลาเปาลูกเล็กๆ ประมาณขนมจีบ แต่อร่อยมากเลยทีเดียวครับ

(ที่ดังอีกอย่างคือ เป็ด ครับ) - สถานที่ "ซินเทียนตี้"

 

วันที่สองเราได้ไปทัวส์กันที่ย่านไอทีของที่นั่น วันนี้เราได้ทานเป็ดกันครับ แต่จะไม่เป็ดมาโชว์กันหรอก

พราะเด๋วจะหาว่าธรรมดากันไป เมื่อไปถึงจีนเราต้องลองเมนูประหลาดกันชั่ยไหมครับ

และหนึ่งที่เอามาอวดกันคือ "แมลงป่อง" นี่แหละครับ จานละ 400 กว่าบาท ผมชิมไปหนึ่ง

ตัวหล่ะ (ตัวเดียวก็พอแล้ว - แหวะ) ส่วนตรงกลางคือเนื้อเป็ดครับ โดยปกติอาหารจีน

เป็ดและหมูหัน เค้าจะกินกันแต่หนังกรอบๆ ส่วนเนื้อเค้าจะมาทอดใส่อีกเมนูหนึ่งครับ รูปขวาคือรุป

ห้องน้ำครับ ที่นี่ไม่มีห้องน้ำสาธารณะหรอกนะ จะมีก็แต่ "ห้องน้ำหยอดเหรียญ" ซึ่งก็ไม่ได้มีเยอะมาก

อีกเหมือนกันครับ 

 

หลังจากนั้นเราก็ไปยัง "ยูหยวน" ซึ่งมีลักษณะดังรูปซ้ายทั้งหมด นับว่ากลางคืนแสงสี ที่ประกอบกับโครงสร้าง

แบบจีน อยู่ที่นี่เองครับ ส่วนอื่นของตัวเซี่ยงไฮ้เป็นแบบตะวันตก สไตล์ยุโรปทั้งหมดครับ ส่วนรูปขวาเป็น

อาหารสีสันสวยงาม ทั้งหมดสี่สีที่เห็นเป็นผักสี่ชนิดครับ ส่วนรสชาติอย่าไปพูดถึงมันเลยครับ ที่ยูหยวนนี่เอง

มีร้านเสี่ยวหลงเปาที่เค้าว่ากันว่าดีที่สุดในเซี่ยงไฮ้อยู่ คิวยาวมาก รอเกือบชั่วโมงแหนะครับ "

 

...Shanghai 2009

26  เมษายน 2552


7.30
ออกจากบ้านเพื่อไปขึ้นเครื่องที่สุวรรณภูมิ ประเทศไทยอย่างร้อน

และช่วงนี้ฝนก็กระหน่ำลงมาไม่หยุด เหมือนจะระบายน้ำตา ความอัดอั้นตันใจ

ต่อสังคมไทยที่มีแต่ความแตกแยกทุกหย่อมหญ้า เมื่อยกเลิกพรบ ฉุกเฉิน

เหล่าสาวกผู้หลงผิด ก็รวบรวมกำลังพลที่เหลืออยู่ รวมถึงการกว้านใช้เงินหา

กองทัพมนุษย์มาทดแทนคนที่หายไป ทั้งโดนจับ ทั้งละอายแก่บาปที่ทำลงไป

ไปถึงสุวรรณภูมิ ขึ้นเครื่องเวลา 11.00 น. เครื่องดีเลย์ไปนิดหน่อย

จากการที่การบินไทยขาดทุนไปมาก อันเนื่องมาจากหลากหลายเหตุผล

ที่สำคัญก็คือการคอร์รัปชั่น และสวัสดิการของผู้บริหารระดับสูงที่มีมากเกินไป

ทำให้การขึ้นเครื่องนั้น ต้องนั่งรถบัสของทางสายการบินเพื่อไปที่ลานจอด

ทัศนวิสัยของการบินไปเซี่ยงไฮ้ในครั้งนี้ ดีกว่าครั้งแรกมาก ซึ่งในครั้งแรกมีหมอกจัด

จนไม่สามารถลงเครื่องจอดได้ำให้นักบินต้องตัดสินใจไปจอดที่สนามบิน ฮองเคียว

อันเป็นสนามบินเก่า หลังจากขับวนอยู่หลายต่อหลายรอบ ในครั้งนี้การลงจอดราบรื่นไม่มีอุปสรรคใดๆ

เหมือนว่าเครื่อง TG 664 ที่นั่งไปดีกว่า TG 662 ที่นั่งไปคราวที่แล้วอีกด้วย

16.40 นั่งแท๊กซี่ตรงไปยังที่พัก โรงแรม รามาดา พลาซ่า ซึ่งอยู่ ที่เมืองใหม่ในเซี่ยงไฮ้

ในเซี่ยงไฮ้ จะมีแม่น้ำแยงซีเกียง ผ่านกลางเมือง ด้านสนามบินใหม่จะใกล้กับทะเลและอยู่ด้านขวาของแม่น้ำ

ในครั้งที่แล้วด้ไปพักที่เมืองเก่า นับว่าเหมือนอยู่คนละโลกกับครั้งนี้

เนื่องจากเมืองใหม่อยู่ในระหว่างทำการก่อสร้างสถานที่สำคัญทางธุรกิจต่างๆ และที่สำคัญ

มีสัญญาณไฟจราจร ต่างกับเมืองเก่าโดยสิ้นเชิง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการพักอาศัยในคราวนี้นับว่าลำบากพอสมควร

เนื่องจากอยู่ห่างไกลสถานที่บันเทิง สถานที่กิน และแหล่งท่องเที่ยวมาก

ทำให้วันแรกของการมาถึงต้องพึ่งอาหารร้านมินิมาร์ท ซึ่งเป็นขนมปังเค้กช๊อกโกแลตซึ่งรูปลักษณ์อันสวยงาม

แตกต่างกับรสชาติโดยสิ้นเชิง และข้าวปั้นห่อสาหร่าย ซึ่งอันนี้นับว่าช่วยในการประทังชีวิตได้ดีทีเดียว

20.00 หลังจากได้ลองออนเอ็มตั้งแต่มาถึง พบว่าสามารถใช้ได้ ก็นั่งคุยกับคนโน้นคนนี้ที

ระยะหลังๆไม่ค่อยได้ออนบ่อยนัก และไม่ได้คุยกับใครเลย

นอกจากเบื่อในการออนเอ็มแล้วยังไม่รุ้จะคุยเรื่องอะไรกับใครอีกแปลกดีที่เซี่ยงไฮ้

ไม่สามารถเข้าเอ็กทีนและไฮไฟว์ได้ (ในครั้งที่แล้วก็ไม่สามารถเข้าได้)

21.00 ตามเวลาของเซี่ยงไฮ้ ก็เข้านอน เนื่องจากระยะหลังนอนน้อยมาก คงต้องกลับไปหาหมอสิวที่ไทย

 

27 เมษายน 2552


ตื่นตั้งแต่ตีห้ากว่า เนื่องจากนอนมากผิดปกติ (ตื่นมาตีสองกว่าๆรอบหนึ่ง)

งงกับการตั้งปลุกของโทรศัพท์เนื่องจากไม่ได้ปรับเวลา (ที่นี่เร็วกว่าไทยหนึ่งชม)

แต่โทรศัพท์มันสามารถรับรุ้ได้ว่าอยู่ที่จีน เลยปรับเวลาให้อัตโนมัติ (LG - Secret)

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ลงไปทานอาหารเช้า ก่อนที่จะไปประชุมตอนแปดโมงสี่สิบ

ซึ่งเมื่อวานได้ออกไปเดินสำรวจสถานที่มาแล้ว ยังไงก็ไม่หลง : ) รออยุ่พักใหญ่ในที่สุดรถบัสก็มารับ

มีคนเข้าร่วมประชุมร่วมหกสิบคนขณะฟังๆก็ง่วงเป็นพักๆ แต่แอบหลับไม่ได้เพราะนั่งอยู่ด้านหน้าๆพอดิบพอดี

วันนี้เลิกช้ามาก กว่าจะเลิกก็ร่วมหกโมงเย็นไปแล้ว หลังจากได้กลับมาล้างหน้าล้างตา ผู้จัดการภาคพื้นเอเชีย

ก็ได้ชวนไปดื่ม และกินอาหารเย็นร่วมกัน จะปฏิเสธก็ดูไม่ดี เลยต้องไปกับเค้า ดื่มไปมากพอควรเลย

หลังจากกลับมาอันที่จริงมีงานต้องทำต่อซึ่งต้องส่งพรุ่งนี้ จริงๆน่าจะเป็นการวัดความรู้กันมากกว่า

เลยยกยอดไปทำพรุ่งนี้เช้าละกัน :)

28 เมษายน 2552


วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการเข้าร่วมประชุม ช่วงบ่ายมีการเขียนและวิเคราะห์กลยุทธในการทำตลาด

พวกคนแรงๆก็จะเสนอความคิดเห็นกันใหญ่ (ถ้าใครเคยเข้าร่วมประชุมกับคนต่างชาติเยอะๆจะรู้ว่า พวกนี้พูดมาก 55)

หลังจากผ่านช่วงเวลาพรีเซนต์งาน ซึ่งตัวเองไม่ได้มีส่วนร่วมมากนัก ที่นีเลี้ยงส่งด้วยเหล้า 52 ดีกรี

ดับไฟด้วยซินเต๋าเบียร์ สุดยอด และด้วยความเป็นตัวแทนของประเทศไทย ข๊าพเจ้าไม่แพ้อยู่แล้ว : )

จนกระทั่งชาวต่างประเทศ ต่างอึ้งไปตามๆกัน (ตื่นมาพรุ่งนี้ตายแหง๋ม) ไม่มีงานเลี้ยงไหนไม่มีวันเลิกลา

ดึกพอควรพวกเราก็ต่างร่ำลากัน เพราะพรุ่งนี้แทบทุกคนก็จะกลับไปยังประเทศของตัวเอง

(อย่าถามเรื่องเวลา เพราะว่า พอถึงห้องอาบน้ำ ก็นอนทันที) เอาหละวันนี้พอไว้แค่นี้ก่อน



29 เมษายน 2552


ตื่นเช้ามาลังเลใจอยู่ว่าจะลงไปกินอาหารเช้าดีไหม และแล้วก็ตัดสินใจว่าไม่กิน

เพราะขืนกินอะไรลงไปมีหวังต้องอ๊วกออกมาหมดแน่ (ซึ่งขณะที่พิมพ์อยู่ที่สนามบิน รุ้ตัวแล้วว่าคิดผิด
อย่างหิวเลย อีกอย่างภายในสนามบินที่นี่ไม่ได้มีอาหารขาย ต้องเข้า gate ไปก่อน ถึงจะมีร้านกินได้)

.

.

...

( อ้าว ที่เหลือหล่ะ ?? )

Me : ยาวไปแล้ว พอก่อนเหอะะะ ไว้เอ็นทรี่หน้า

ผู้อ่าน : เพิ่งรู้เรอะ !! อย่างยาว

Me : ขอโทษค๊าบ จบก็ได้ : )

 

ตับห่าน (Foie Gras) อาหารสุดแพง และสุดทารุณต่อห่าน

เหล้า 52 ดีกรี ดับไฟด้วย เบียร์ (ทำไมสั่งน้ำเปล่าไม่ได้นะ ?? )

 

 

ทิ้งท้าย...สุขสันต์วันเกิด David Beckham

สุขสันต์วันเกิดครบรอบ 34 ปีในวันนี้ครับ


นานมาแล้วผมได้ติดตามคนคนนี้มาตั้งแต่สมัยยังสวมเสื้อหมายเลข 24

นานมาแล้ว พี่เบคทำให้ผมดูบอลอย่างไม่ลืมหูลืมตา

นานมาแล้ว ท่าทาง การเล่นบอลของผม ลอกเลียนมาจากเค้า


และนานมาแล้วนี่ แสดงว่า "ผมแก่ไปมากพอดูเลย~~"


ต่อไปนี้พี่จะเป็นตำนานไปตลอดกาล

อย่างน้อยก็หัวใจผมหล่ะครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอ๊ะ ไม่ได้เข้ามานาน แหะ ๆๆๆ
บล๊อกสดใสมากมาย

แฮปปี้เบิร์ดเดย์พี่เบคด้วยคน 555

อยากไปเที่ยวจีนแฮะ ที่สวยๆเยอะแยะเลยย

><

#1 By ● | P O N G P A N G | ● ™ on 2009-05-02 12:05

ขอบคุณที่แวะไปยิ้มนะคะ 555

ชื่อสนามบินอ่านว่าปูดองจริงๆเหรอคะ ?
อ่านว่าปู่ดงไม่ได้เหรอ ?

่รูปที่สี่นับจากล่าง ทางด้านขวา คือเหล้า?
ขวดเหมือนน้ำส้มสายชูจัง confused smile

#2 By peachtje on 2009-05-02 15:58

เสี่ยวหลงเป่าที่ไทยคิวไม่ยาวbig smile

#3 By V@R on 2009-05-02 23:03

ของฝาก ของฝาก~~

#4 By ^K@ew^ on 2009-05-03 10:25

หวัดดีค่าพี่เบส
ไม่ได้เข้ามานานมาก
ช่วงนี้ก็ไม่ค่อยได้ออนค่ะ

กลับมาอีกที
บล๊อคของพี่เบสก็กลายเป็นรุ้งสดใสไปแล้ว
นู๋มินเคยนั่งรถด่วนเหมือนกันค่ะ
แต่ว่าไม่ได้นั่งในระยะทางไกลมาก
จำได้ว่าเมืองเซี่ยงไฮ้ตอนที่ไปอลังการมากๆ
ชอบไฟตอนกลางคืนที่เค้าเปิดตามตึก
อลังการมากๆเห็นไกด์เค้าบอกว่าเป็นการโปรโมตประเทศให้นักท่องเที่ยว เป็นเมืองแห่งสีสันจริงๆ

แล้วมินก็ชอบมากๆที่คนที่นี่ส่วนใหญ่ใช้การเดินทางโดยจักรยานค่ะเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แล้วก็ประหยัดด้วย อยากให้เมืองไทยทำแบบนี้บ้าง

อาหารที่นู่นดูน่ากินมากๆแต่รสชาติบางอย่างไม่ค่อยจะถูกปากคนไทยสักเท่าไหร่
พี่เบสนี่ดีจังได้ไปทำงานแล้วยังได้ไปเที่ยวในตัวด้วย

ไม่ใช่แค่พี่เบสมั้งคะที่รู้สึกว่าแก่
หนูมินก็รู้สึกว่าเวลามันผ่านไปไว๊ไว๊
ทั้งที่เรายังยืนอยู่ที่เดิมแท้ๆๆ

555+ คิดถึงเสมอค่า

big smile
ถือว่าเป็นอนทรี่รายงานความเคลื่อนไหวเลยเนอะ..confused smile

น้ำใส่ๆนั่น..น่าลองจัง confused smile

ได้ไปนู้นไปนี่ดีจังเลยน้า~~~

#6 By ►Junsh◎ku on 2009-05-03 17:23