ไอหนุ่มไม้เบสบอลกับอีสาวปังตอ
posted on 11 Jul 2008 19:31 by bestzuya~~-------------------------------------~~
MUSIC BLOG : PIECES
BAND : L'ARC EN CIEL
ALBUM : CRYSTAL MELODY
GENRE : POP ROCK
~~-------------------------------------~~
สืบเนื่องมาจากกระทู้ "คุณเชื่อเรื่องโลกคู่ขนานหรือไม่?" ซึ่งผมก็ได้มีโอกาสเข้าไปแสดง
ความคิดเห็น ก็มีทั้งความเห็นที่เชื่อและไม่เชื่อต่างๆนานา..
จริงๆแรงบันดาลใจของกระทู้นี้ มาจากอนิเมและมังงะเรื่อง HIGURASHI หรือ "แว่วเสียงเรไร"
นั่นเอง
เรื่องนี้นับว่าเป็นเมะในตำนานกันเลยทีเดียว ตำเสียละเอียดด้วย เป็นอะไรที่ต้องแนะนำให้
ดูสักครั้งในชีวิต แต่ถ้าเห็นจากรูป ผมคิดว่าข้อเสียอย่างเดียวของมันคือ "โลลิคอน"
หลายๆคนให้นิยามเรื่องนี้สั้นๆว่า "โลลิ เลือดสาด ฆาตกรรม" ซึ่งก็ตามนั้นจริงๆครับ
(SPOIL แล้วนะครับเพราะจะได้เข้าเรื่องกระทู้)
เรื่องนี้กล่าวโดยรวมเกี่ยวกับโลกคู่ขนาน ซึ่งหลายๆ คนก็เชื่อ และหลายๆคนก็ไม่เชื่อ
ในฐานะที่ผมค่อนข้างจะชอบในฟิสิกส์และพอมีความรู้มาบ้างเล็กน้อยก็ขอแบ่งปันความ
คิดเห็นในเรื่องนี้ครับ
"จริงๆแล้วแนวความคิดเรื่องโลกคู่ขนานหน่ะ ไม่ใช่เรื่องใหม่เสียทีเดียวครับ
สำหรับหลักการนี้ โดนนำมาวิพากวิจารณ์กันอย่างมาก และถึงขนาดได้มีการทำหนังภาพยนต์ออกมา
ใช่แล้วครับ เรื่อง "CUBE" นั่นเอง
CUBE มีด้วยกันสามภาค สำหรับคนที่เคยดูจะรู้ว่า หนังมันทำให้คนโรคจิตได้ 55+
คราวนี้ผมจะแจกแจงที่มาของหลักความคิดนี้เองครับ
ในโลกวิทยาศาสตร์นั้น การตอบปัญหารวมถึงหลักการต่างๆที่ "ค้นพบ"ขึ้นมานั้น บางอย่างต้องใช้
ความพยายาม และบางอย่างก็ได้โดยการบังเอิญ
ทีนี่เรื่องมันมีอยู่ว่า ปรากฏการณ์ต่างๆที่เห็น วิชาฟิสิกส์จะเป็นตัวอธิบายการเกิดขึ้น
วิชาเคมีจะบ่งบอกถึงความสัมพันธ์ของสิ่งนั้น อาจด้วยตัวมันเอง หรือกับผู้อื่น
ส่วนชีววิทยาจะบอกถึงระดับความสำคัญที่เหนือกว่า ระดับเล็กสุดที่ใช้ อธิบายในเคมี
อย่างที่บอก เริ่มแรกสุดฟิสิกส์จะเป็นตัวคอยอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆอย่างเป็นรูปธรรม
โดยที่ไม่สามารถขาด "คณิตศาสตร์" ได้
ดังนั้นในโลกทางวิทยาศาสตร์ แม้ "ตัวเลข" พูดไม่ได้ แต่ก็ล้วนมีระดับความสำคัญมากต่อ
การอธิบายปรากฏการณ์ด้านต่างๆ
ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น
*การเห็นผี*
การเห็นผีเป็นปรากฏการณ์ทางวิทยาศาสตร์ที่เกิดขึ้น โดยผีเป็นพลังงานรูปแบบหนึ่ง
การที่จะเห็นผีนั้น จำเป็นต้องมีพลังงาน และพลังงาน "โฟตอนนั้น" สามารถวัดออกมาได้
(ซึ่งเครื่องมือตรวจจับผี ที่จริงก็คือ คือวัดระดับพลังงานนั่นเอง)
การที่อนุภาคของโฟตอนนั้น ทำตัวทั้งเป็นคลื่นและอนุภาค การปฏิสัมพันธ์กันจะทำให้ก่อ
เกิดรุปร่างแตกต่างกันไป
และการที่ผีจะคงอยู่ได้นั้น จำเป็นต้องมีพลังงานที่คอยทำให้ อิเล็กตรอนถูกกระตุ้นเพื่อเร่ง
การปลดปล่อยพลังงานออกมา
ด้วยสาเหตุนี้ แหล่งพลังงานใกล้ตัวที่สุดของผีก็คือ "มนุษย์" ซึ่งมีพลังงานความร้อนและพลังงาน
อื่นๆจากการเผาพลาญสารอาหารจำนวนมาก
กล่าวคือคนบางคน อาจขนลุก หัวตั้งชัน ทำให้รู้สึกตื่นกลัว หนาว จนทำให้ตัวสั่น ล้วนเกิดจาก
การดูดพลังงาน ซึ่งอาศัยหลักเทอร์โมไดนามิกทั้งสิ้น
นี่คือตัวอย่างเล็กๆน้อยๆครับ
นักฟิสิกส์ในอดีตจนถึงปัจจุบันได้อาศัยหลักการทางคณิตศาสตร์ ปลูกร่างสร้างฐานทฤษฏีทั้งหมด
ในโลกเรามาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ไอน์สไตน์ พลังค์ ไอเซนเบิร์ก หรือกระทั่งชโรดิงเงอร์
หลายๆคนคงรู้จัก Stephen William Hawking นักฟิสิกส์ที่โด่งดังที่สุดในยุคปัจจุบัน
ท่านได้ใช้คณิตศาสตร์ พิสูจน์การมีอยู่ของมิติบนโลก และได้ผลว่า โลกเรานั้น
มีทั้งหมด 11 มิติ!!!! ซึ่งแต่ละมิติ "ตั้งฉากซึ่งกันและกัน"
ที่เราตอบได้กันคือสามมิติ 1.กว้าง 2.ยาว 3.สูง
แค่สาม!!
และแล้วไอนสไตน์ก็เสนอว่า "เวลา" เป็นมิติที่สี่
แค่นั้น!!!
และแล้วก็เข้าเรื่องเสียที (หลังจากร่ายไปยาวกันเลยทีเดียว)
เรื่อง Higurashi หรือจะเป็นเรื่อง Cube ก็ใช้หลักการทางความคิดอันแสนฉลาด
ลองนึกถึง"ลูกบาศก์" ซึ่งเป็นกล่องสี่เหลี่ยมจัตุรัส สี่ด้านยาวเท่ากัน
เราก็จะพบ "มิติทั้งสาม" จริงไหม?
หากนำกล่องมาซ้อนกันความนี้ลองพลิกไปมา ลองนึกถึงการเล่น รูบิค
จะร้อง "อ๋อ" ว่าเราจะพบแกนที่ตั้งฉากมากขึ้นกว่าเดิม ในกรอบอ้างอิงเดียวกัน
นั่นแหละครับที่มาของการจินตนาการของ 11 มิติ ซึ่งตัวเชื่อมมิติทั้งสาม ของแต่
ละกล่องลูกบาศก์คือ "เวลานั่นเอง"

นั่นคือสรุปได้ว่า หากเริ่มต้นที่จุดกำเนิดเดียวกัน เรามีโอกาสเดินทางได้อย่าง Divergent หรือ
เป้นการเดินทางได้หลายเส้นทาง (เข้าได้หลายกล่อง) ในเวลาเดียวกัน
และเราไม่สามารถจะระบุได้เฉพาะว่า ณ เวลานั้นๆ (exactly) เราอยู่ ณ เส้นทางใด (หรืออยู่กล่องใบใดนั่นเอง)
นี่คือกล่าวย่อๆ ของหลักการเรื่องนี้ครับ!
ขอบคุณที่อ่านมาถึงบรรทัดนี้ครับ ^^

#1 By on 2008-07-11 20:41