Innocent Sorrow
posted on 14 Jul 2007 12:21 by bestzuya
และแล้วในที่สุด ความจริงก็จะ"ปลดปล่อย"เจ้า....
ในที่สุดผมก็เข้าใจสักทีแล้วว่า
สุดท้ายก็เป็นผมเองที่ยังยึดตึด จนเกือบเอาอดีตมาทำลาย
อนาคตของตัวเอง
ไม่รุ้หรอกนะ ว่าหนทางข้างหน้า ยังต้องเดินไปอีกไกลเช่นไร
และไม่รุ้ด้วยว่า ทางที่ผ่านมามันย่ำแย่หรือมีเรื่องราวมากๆอย่างไร
ความสุข ความทุกข์ เสียงหัวเราะ เคล้าน้ำตา ทุกอย่างล้วนเป็นความ
ทรงจำที่มิอาจลืมเลือน
สุดท้าย คนเราก็มิอาจลืมอดีตได้ เพราะอดีตมันก็คือความทรงจำ
ยิ่งอยากลืม ยิ่งลืมได้ยาก โดยเฉพาะสำหรับบางคนซึ่งเก็บรายละเอียด
ไว้อย่างดี
แต่สิ่งที่เราทำได้นั่นคือ การอยู่กับมัน และพยายามมิให้มันกลับเข้ามา
ทำลายตัวเราเอง นั่นย่อมส่งผลถึงอนาคตด้วยเช่นกัน
คนเราทุกคนย่อมมีกำแพงเป็นเกราะป้องกัน หากกำแพงที่ว่ายิ่งสูงใหญ่เท่าไหร่
คนที่ผ่านเข้ามาได้ ย่อมทำให้เราอ่อนแอเป็นธรรมดา
แต่ เมื่อกำแพงโดนทำลายครั้งหนึ่ง เราก็ย่อมสมควรสร้างมันมาอีกครั้ง ไม่ได้ให้
สูงกว่าเดิม แต่สร้างโดยเอาประสบการณ์ครั้งแรกมาเป็นพื้นฐาน
ดังนั้นไม่ว่าเรื่องใดๆที่คนเราต้องเผชิญในชีวิต ทุกคนล้วนต้องเจอ"ครั้งแรก"
กันทั้งนั้น
หากเราผ่านมันไปได้ เราก็จะเข้มแข็ง แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...
เราอย่าคาดหมายว่า คนทุกคน ต้องเหมือนกัน !!!
และ ถึงแม้ว่า คนเราจะเลือกหนทางเดินเดียวกัน หรือ หนทางเดิมเป็นครั้งที่สอง
ก็ใช่ว่า...ผลจะจบลงเหมือนกัน!!!!
ความรักก็เหมือนกัน ความรักเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์ต่างจากสิ่งที่ไร้ชีวิตจิตใจ
ความรักเป็นเครื่องพันธนาการของทุกคน เป็นนาฬิกาชีวิต และอาจเป็นถึง
หัวใจในการยืนหยัด และก้าวเดินต่อไปข้างหน้า
แต่สิ่งที่เราอาจลืมๆกันไป เวลาเราคบกับใครสักคน
การคบกัน เปรียบเสมือนการทำความรุ้จักกันมากขึ้น
หากวันหนึ่ง ทั้งสองคนต้องเลิกลาจากกัน
นั่นก็เป็นเพราะทั้งคู่ได้เข้าใจกันดีแล้ว และไม่สามารถไปด้วยกันได้อีก
ไม่มีสิ่งใดผิด ไม่มีคนใดผิด เพียงแค่ถ้าคนสองคนพูดจากัน และยอมรับที่
จะจากกันด้วยดี...
จะพร่ำเพ้อไปเท่าไหร่ เค้าก็มิอาจกลับมา..
สุดท้ายแล้วก็เป็นเราที่ร้องให้ขี้มูกโป่ง เพียงเพื่อให้คนคนหนึ่งซึ่งหมดรักเราไปแล้ว
....เห็นใจ...
555+ ขอหัวเราะให้ความ Innocent ของตัวเองหน่อย
เป็น Innocent Sorrow จริงๆ
เอาน่า จะเข้มแข็งแล้ว
มันเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อเค้ากับเราต้องเลิกรากันไป..
แต่อย่างน้อย ขอ ให้ ได้ จำ ไว้ ว่า ครั้ง หนึ่ง เรา เคย "่รัก" กัน....แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว..
ในที่สุดผมก็เข้าใจสักทีแล้วว่า
สุดท้ายก็เป็นผมเองที่ยังยึดตึด จนเกือบเอาอดีตมาทำลาย
อนาคตของตัวเอง
ไม่รุ้หรอกนะ ว่าหนทางข้างหน้า ยังต้องเดินไปอีกไกลเช่นไร
และไม่รุ้ด้วยว่า ทางที่ผ่านมามันย่ำแย่หรือมีเรื่องราวมากๆอย่างไร
ความสุข ความทุกข์ เสียงหัวเราะ เคล้าน้ำตา ทุกอย่างล้วนเป็นความ
ทรงจำที่มิอาจลืมเลือน
สุดท้าย คนเราก็มิอาจลืมอดีตได้ เพราะอดีตมันก็คือความทรงจำ
ยิ่งอยากลืม ยิ่งลืมได้ยาก โดยเฉพาะสำหรับบางคนซึ่งเก็บรายละเอียด
ไว้อย่างดี
แต่สิ่งที่เราทำได้นั่นคือ การอยู่กับมัน และพยายามมิให้มันกลับเข้ามา
ทำลายตัวเราเอง นั่นย่อมส่งผลถึงอนาคตด้วยเช่นกัน
คนเราทุกคนย่อมมีกำแพงเป็นเกราะป้องกัน หากกำแพงที่ว่ายิ่งสูงใหญ่เท่าไหร่
คนที่ผ่านเข้ามาได้ ย่อมทำให้เราอ่อนแอเป็นธรรมดา
แต่ เมื่อกำแพงโดนทำลายครั้งหนึ่ง เราก็ย่อมสมควรสร้างมันมาอีกครั้ง ไม่ได้ให้
สูงกว่าเดิม แต่สร้างโดยเอาประสบการณ์ครั้งแรกมาเป็นพื้นฐาน
ดังนั้นไม่ว่าเรื่องใดๆที่คนเราต้องเผชิญในชีวิต ทุกคนล้วนต้องเจอ"ครั้งแรก"
กันทั้งนั้น
หากเราผ่านมันไปได้ เราก็จะเข้มแข็ง แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...
เราอย่าคาดหมายว่า คนทุกคน ต้องเหมือนกัน !!!
และ ถึงแม้ว่า คนเราจะเลือกหนทางเดินเดียวกัน หรือ หนทางเดิมเป็นครั้งที่สอง
ก็ใช่ว่า...ผลจะจบลงเหมือนกัน!!!!
ความรักก็เหมือนกัน ความรักเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์ต่างจากสิ่งที่ไร้ชีวิตจิตใจ
ความรักเป็นเครื่องพันธนาการของทุกคน เป็นนาฬิกาชีวิต และอาจเป็นถึง
หัวใจในการยืนหยัด และก้าวเดินต่อไปข้างหน้า
แต่สิ่งที่เราอาจลืมๆกันไป เวลาเราคบกับใครสักคน
การคบกัน เปรียบเสมือนการทำความรุ้จักกันมากขึ้น
หากวันหนึ่ง ทั้งสองคนต้องเลิกลาจากกัน
นั่นก็เป็นเพราะทั้งคู่ได้เข้าใจกันดีแล้ว และไม่สามารถไปด้วยกันได้อีก
ไม่มีสิ่งใดผิด ไม่มีคนใดผิด เพียงแค่ถ้าคนสองคนพูดจากัน และยอมรับที่
จะจากกันด้วยดี...
จะพร่ำเพ้อไปเท่าไหร่ เค้าก็มิอาจกลับมา..
สุดท้ายแล้วก็เป็นเราที่ร้องให้ขี้มูกโป่ง เพียงเพื่อให้คนคนหนึ่งซึ่งหมดรักเราไปแล้ว
....เห็นใจ...
555+ ขอหัวเราะให้ความ Innocent ของตัวเองหน่อย
เป็น Innocent Sorrow จริงๆ
เอาน่า จะเข้มแข็งแล้ว
มันเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อเค้ากับเราต้องเลิกรากันไป..
แต่อย่างน้อย ขอ ให้ ได้ จำ ไว้ ว่า ครั้ง หนึ่ง เรา เคย "่รัก" กัน....แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว..

เราสร้างกำแพงขึ้นมาเอง
ดังนั้นเราก้อทำลายเองได้เหมือนกัน
หรือจะให้ใครมาช่วยทำลายดีล่ะ
รอต่อไปนะ พ่อหนุ่ม
มันเป็นชะตากรรม
#1 By `ซาลาเปาน้อย` on 2007-07-14 13:53